https://li03.tci-thaijo.org/index.php/TRRJ/issue/feed วารสารวิชาการข้าว 2026-06-29T07:04:25+07:00 กองบรรณธิการ ploypilin.t@rice.mail.go.th Open Journal Systems <p><strong>วารสารวิชาการข้าว</strong> เป็นวารสารราย 6 เดือน ของกรมการข้าว ประกอบด้วย 2 ฉบับต่อปี ได้แก่ ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม-มิถุนายน และฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ผลงานวิจัยและบทความวิชาการด้านข้าว</p> <p>โดยบทความที่จะได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ต้องเป็นบทความวิจัย (research articles) และบทความปริทัศน์ (review articles) ทางวิชาการด้านข้าว ที่มีเนื้อหาสาระทั้งทางด้านพันธุ์ การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรม เทคโนโลยีการผลิต การอารักขา เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและการแปรรูป วิทยาการเมล็ดพันธุ์และมาตรฐานพันธุ์ รวมทั้งสาขาและวิทยาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้าว ครอบคลุมทั้งประเภทงานวิจัยพื้นฐาน และงานวิจัยประยุกต์ โดยบทความที่ตีพิมพ์ทุกเรื่องต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองด้วยระบบการตรวจอ่านแบบผู้ประเมินบทความและผู้เขียนบทความไม่ทราบชื่อของแต่ละฝ่าย (double-blinded review system) โดยผู้ประเมินบทความจากภายนอกหน่วยงาน (external reviewers) จำนวน 2 ท่าน และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการ</p> <p><strong>วารสารวิชาการข้าว</strong> เป็นวารสารที่ผ่านการรับรองคุณภาพของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai Citation Index, TCI) และอยู่ในฐานข้อมูล TCI วารสารกลุ่มที่ 1 ตามผลการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI รอบที่ 5 พ.ศ. 2568-2572 โดยมีระยะเวลาการรับรองคุณภาพวารสาร<span class="x_bold">ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2572</span></p> https://li03.tci-thaijo.org/index.php/TRRJ/article/view/138 ข้าวเจ้าพันธุ์ กข113 2025-09-24T22:48:40+07:00 วัลภา ทองรักษ์ wallapa.tho@rice.mail รื่นฤดี แก้วชื่นชัย thairrj.rd@gmail.com วัชรี สุขวิวัฒน์ thairrj.rd@gmail.com ปราณี มณีนิล thairrj.rd@gmail.com ธารารัตน์ มณีน่วม thairrj.rd@gmail.com กนกอร วุฒิวงศ์ thairrj.rd@gmail.com บังอร ธรรมสามิสรณ์ thairrj.rd@gmail.com ปวิตร จันทร์หอม thairrj.rd@gmail.com กิตติพงษ์ ศรีม่วง thairrj.rd@gmail.com ประจักษ์ เหล็งบำรุง thairrj.rd@gmail.com ชัยรัตน์ จันทร์หนู thairrj.rd@gmail.com ณัฐ ผลอ้อ thairrj.rd@gmail.com ดวงกมล บุญช่วย thairrj.rd@gmail.com ชวนชม ดีรัศมี thairrj.rd@gmail.com เบญจวรรณ พลโคต thairrj.rd@gmail.com อลิษา เสนานุสย์ thairrj.rd@gmail.com เกษศิณี พรโสภณ thairrj.rd@gmail.com กาญจนา กันธิยะ thairrj.rd@gmail.com กัลย์ฐิตา สวงโท thairrj.rd@gmail.com ภัทรมน คงสมยุติ thairrj.rd@gmail.com <p>ปัจจุบันผู้บริโภคในต่างประเทศ เริ่มมาบริโภคข้าวพื้นนุ่มมากขึ้นเนื่องจากเป็นข้าวที่มีความนุ่มในการรับประทาน แม้ว่าจะมีพันธุ์ข้าวพื้นนุ่มหลายพันธุ์ เช่น กข39 กข43 กข53 กข77 กข79 กข87 และ กข97 แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในหมู่เกษตรกรมากนัก เนื่องจากอายุเก็บเกี่ยวยาวนาน ผลผลิตต่อไร่ไม่มาก อ่อนแอต่อโรคและแมลงศัตรูข้าว และบางพันธุ์ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมบางพื้นที่ได้ไม่ดีพอ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกร และความต้องการและสามารถแข่งขันได้ในตลาด จึงได้พัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีความหลากหลายและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ภายใต้โครงการความร่วมมือพัฒนาข้าวลูกผสม (Hybrid Rice Development Consortium (HRDC)) โดยการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์ Ming Hui 63 และ IR80897-84-2-2-1 ที่สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ จากนั้น ได้นำเข้าประชากรชั่วที่ 2 มาปลูกคัดเลือกแบบสืบประวัติ (pedigree selection) ตั้งแต่ประชากรชั่วที่ 3 ถึง 8 ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จนได้สายพันธุ์ IR96522-PTT-5-1-2-1-4-1 ปลูกศึกษาพันธุ์ ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานี ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานี ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตในนาราษฎร์ ทดสอบการตอบสนองต่อปุ๋ยไนโตรเจน ทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคและแมลงศัตรูข้าววิเคราะห์คุณภาพเมล็ดทางกายภาพและทางเคมี และทดสอบผลผลิตในนาเกษตรกร ดำเนินการช่วงปี พ.ศ. 2555-2568 คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ กรมการข้าว ได้มีมติเห็นชอบในปี พ.ศ. 2568 ให้เป็นพันธุ์รับรองชื่อข้าวเจ้าพันธุ์ กข113 เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 105-110 วัน เมื่อปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม และ 107-115 วัน โดยวิธีปักดำ ลักษณะทรงกอตั้งต้นสูงประมาณ 117 เซนติเมตร ลำต้นค่อนข้างแข็ง ใบสีเขียว มุมปลายใบตั้งตรง ใบธงยาว 43.8 เซนติเมตร กว้าง 1.70 เซนติเมตร มุมใบธงตั้งตรง คอรวงโผล่พ้นพอดี รวงแน่นปานกลาง ยาว 28.1 เซนติเมตร จำนวนเมล็ดดีต่อรวง 158 เมล็ด เมล็ดร่วงปานกลาง อายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่าพันธุ์ปทุมธานี 1 ผลผลิตเฉลี่ย 946 กิโลกรัมต่อไร่ และให้ผลผลิตมากที่สุด 1,124 กิโลกรัมต่อไร่ ในแปลงเกษตรกร จังหวัดสุพรรณบุรี น้ำหนัก 1,000 เมล็ด 28.84 กรัม ระยะพักตัว 5 สัปดาห์ เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง ยาว 10.49 มิลลิเมตร กว้าง 2.77 มิลลิเมตร หนา 2.06 มิลลิเมตร ข้าวกล้องรูปร่างเรียว ยาว 7.51 มิลลิเมตร กว้าง 2.39 มิลลิเมตร หนา 1.82 มิลลิเมตร ข้าวสารยาว 7.26 มิลลิเมตร กว้าง 2.25 มิลลิเมตร หนา 1.74 มิลลิเมตร คุณภาพการสีดี ได้ข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าวร้อยละ 43.5 ปริมาณอมิโลสต่ำ (ร้อยละ 16.84) ความคงตัวของแป้งสุกอยู่ในระดับแป้งสุกอ่อน (ระยะทางการไหลของแป้งสุก 80 มิลลิเมตร) อุณหภูมิแป้งสุกต่ำ ปริมาณโปรตีนในข้าวกล้อง (ร้อยละ 10.01) ข้าวสุกมีลักษณะสีขาวนวล นุ่ม ค่อนข้างเหนียว และไม่มีกลิ่นหอม ต้านทานสูงต่อโรคไหม้ในระยะกล้าเชื้อสาเหตุโรคจากจังหวัดชัยนาท พิษณุโลก ราชบุรี ปราจีนบุรี และปทุมธานี และค่อนข้างต้านทานต่อโรคขอบใบแห้งเชื้อสาเหตุโรคจากจังหวัดชัยนาท และพิษณุโลก แต่อ่อนแอมากต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานเขตภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่างที่พบการระบาดของโรคไหม้ในระยะกล้าเป็นประจำ</p> 2026-06-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กรมการข้าว https://li03.tci-thaijo.org/index.php/TRRJ/article/view/149 ข้าวเจ้าพันธุ์ กข119 2026-03-04T19:44:24+07:00 ชวนชม ดีรัศมี chuanchom.dee@rice.mail.go.th เบญจวรรณ พลโคต thairrj.rd@gmail.com กาญจนา กันธิยะ thairrj.rd@gmail.com อลิษา เสนานุสย์ thairrj.rd@gmail.com คณิตา เกิดสุข thairrj.rd@gmail.com ชโลทร หลิมเจริญ thairrj.rd@gmail.com มณฑิชา ถุงเงิน thairrj.rd@gmail.com เกษศิณี พรโสภณ thairrj.rd@gmail.com ปวีณา ก๋าเรือง thairrj.rd@gmail.com ประดิษฐ์ อุ่นถิ่น thairrj.rd@gmail.com ภูวิวรรธน์ ทิพย์เคลือ thairrj.rd@gmail.com รุ่งนภา วงษ์สกุล thairrj.rd@gmail.com ณัฐ ผลอ้อ thairrj.rd@gmail.com ดวงกมล บุญช่วย thairrj.rd@gmail.com ชัยรัตน์ จันทร์หนู thairrj.rd@gmail.com ปรารถนา สุขศิริ thairrj.rd@gmail.com โสพิต บุญธรรม thairrj.rd@gmail.com วัชรีย์ อยู่สิงห์ thairrj.rd@gmail.com นรินทร์ คันทจักร์ thairrj.rd@gmail.com นิตยา ขุนบรรเทา thairrj.rd@gmail.com วิภาวดี ทองเอก thairrj.rd@gmail.com เฉลิมชาติ ฤาไชยคาม thairrj.rd@gmail.com ณัฏฐนิช ถาวรแก้ว thairrj.rd@gmail.com วัลภา ทองรักษ์ thairrj.rd@gmail.com วัชรี สุขวิวัฒน์ thairrj.rd@gmail.com ปราณี มณีนิล thairrj.rd@gmail.com กนกอร วุฒิวงศ์ thairrj.rd@gmail.com ธารารัตน์ มณีน่วม thairrj.rd@gmail.com มุ่งมาตร วังกะ thairrj.rd@gmail.com สุภาพร จันทร์บัวทอง thairrj.rd@gmail.com นฤมล มาพริก thairrj.rd@gmail.com ประกอบกิจ ดังไธสงค์ thairrj.rd@gmail.com สุกัญญา ดาผา thairrj.rd@gmail.com ประจักษ์ เหล็งบำรุง thairrj.rd@gmail.com มานิกา น้อยเอี่ยม thairrj.rd@gmail.com เจริญ ทองระย้า thairrj.rd@gmail.com กิตติพงษ์ ศรีม่วง thairrj.rd@gmail.com พายัพภูเบศวร์ มากกูล thairrj.rd@gmail.com บังอร ธรรมสามิสรณ์ thairrj.rd@gmail.com ปวิตร จันทร์หอม thairrj.rd@gmail.com กัลย์ฐิตา สวงโท thairrj.rd@gmail.com ภัทรมน คงสมยุติ thairrj.rd@gmail.com อมรทิพย์ เมืองพรหม thairrj.rd@gmail.com <p>ข้าวเจ้าหอมไทยที่มีกลิ่นหอม นุ่มเหนียวเมื่อหุงสุก และไม่ไวต่อช่วงแสง สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี กำลังเป็นที่ต้องการ แต่การผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เนื่องจากข้าวหอมบางพันธุ์ให้ผลผลิตน้อย ไม่ต้านทานต่อโรคไหม้ อายุเก็บเกี่ยวนาน ผลผลิตและคุณภาพแปรปรวนตามสภาพพื้นที่ และสภาพแวดล้อมในแต่ละฤดูปลูก ดังนั้น การปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวสั้น ให้ผลผลิตสูง ต้านทานต่อโรคไหม้ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับใช้ปลูกในพื้นที่นาชลประทาน ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงได้ดำเนินการผสมพันธุ์ระหว่างสายพันธุ์ IR738349 กับ SPR91062 และผสมกับพันธุ์ปิ่นเกษตร ปลูก F<sub>1</sub> และปลูกคัดเลือกชั่วที่ 2 ถึง 7 แบบสืบตระกูล ที่ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาทจนได้สายพันธุ์ BioH95-CNT-60-1-1-1-2-1 ปลูกศึกษาพันธุ์ และดำเนินการตามขั้นตอนการปรับปรุงพันธุ์ คือ ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานี และระหว่างสถานี ทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคและแมลง ทดสอบการตอบสนองต่อ ปุ๋ยไนโตรเจน และวิเคราะห์คุณภาพเมล็ดทางกายภาพและเคมี และคุณภาพการสี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556-2566 คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ กรมการข้าว ได้มีมติให้เป็นพันธุ์รับรองปี พ.ศ. 2568 ให้ชื่อข้าวเจ้าพันธุ์ “กข119” เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 95-100 วัน เมื่อปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม และ 105-115 วัน โดยวิธีปักดำ สั้นกว่าพันธุ์ปทุมธานี 1 มีลักษณะทรงกอตั้งต้นสูงประมาณ 109-115 เซนติเมตร ลำต้นค่อนข้างแข็ง ใบสีเขียว มุมปลายใบตั้งตรง ใบธงยาว 40.6 เซนติเมตร กว้าง 1.2 เซนติเมตร มุมใบธงตั้งตรง คอรวงโผล่เล็กน้อย รวงแน่นปานกลาง ยาว 30.1 เซนติเมตร จำนวนเมล็ดดีต่อรวง 141 เมล็ด เมล็ดร่วงง่าย ผลผลิตมากที่สุด 993 กิโลกรัมต่อไร่ เฉลี่ย 777 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์ปทุมธานี 1 ร้อยละ 13 ระยะพักตัว 4 สัปดาห์ น้ำหนัก 1,000 เมล็ด 28.66 กรัม เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง ยาว 11.20 มิลลิเมตร กว้าง 2.59 มิลลิเมตร หนา 2.01 มิลลิเมตร ข้าวกล้อง รูปร่างเรียว ยาว 8.31 มิลลิเมตร กว้าง 2.13 มิลลิเมตร หนา 1.87 มิลลิเมตร ข้าวสารยาว 7.93 มิลลิเมตร กว้าง 2.07 มิลลิเมตร หนา 1.82 มิลลิเมตร คุณภาพการสีดี โดยมีข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าวร้อยละ 40.58 ปริมาณอมิโลสต่ำ (ร้อยละ 17.21) ความคงตัวของแป้งสุกอยู่ในระดับแป้งสุกอ่อน (ระยะทางการไหลของแป้งสุก 76.4 มิลลิเมตร) อุณหภูมิแป้งสุกต่ำ ปริมาณโปรตีนในข้าวกล้อง ร้อยละ 9.54 ข้าวสุกนุ่มเหนียว มีกลิ่นหอม (2AP : 1.61 ppm) เช่นเดียวกับพันธุ์ปทุมธานี 1 ค่อนข้างต้านทานโรคไหม้ระยะกล้าเชื้อสาเหตุที่ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท พิษณุโลก ลพบุรี และปราจีนบุรี ค่อนข้างอ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ประชากรจังหวัดชัยนาท พิษณุโลก และลพบุรี อ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้งเชื้อสาเหตุที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานเขตภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคเหนือตอนบน ที่ไม่พบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคขอบใบแห้งเป็นประจำ</p> 2026-06-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กรมการข้าว https://li03.tci-thaijo.org/index.php/TRRJ/article/view/127 ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้พันธุ์ข้าวของเกษตรกรในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี 2025-04-27T12:28:05+07:00 กอบชัย ล้อเพ็ญภพ kobchai.lor@rice.mail ภูริศา พูลทวี thairrj.rd@gmail.com หยกดาว แสนประเสริฐ thairrj.rd@gmail.com <p>ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรีเป็นหน่วยงานหนึ่งที่รับผิดชอบในการผลิตและส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคกลาง จำนวน 9 จังหวัด ได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวดีและมีคุณภาพ รวมทั้งเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการผลิตเมล็ดพันธุ์ให้ตรงตามตลาดและความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบ การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้พันธุ์ข้าวของเกษตรกรในเขตพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรีทำให้ทราบว่า ระหว่างปี พ.ศ. 2565-2566 เกษตรกรที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจาก 9 จังหวัด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 398 ราย ส่วนใหญ่เลือกปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 มากที่สุด โดยเกษตรกรร้อยละ 79.75 ทำนา 1 ครั้ง ต่อปี ร้อยละ 40.45 มีพื้นที่นา 10-20 ไร่ ร้อยละ 56.28 ใช้เมล็ดพันธุ์ 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ และเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรมีความต้องการมากที่สุด คือ พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 โดยเข้าถึงข้อมูลการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวจากเจ้าหน้าที่ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว และข้อมูลจากงานวิจัยนี้พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้เมล็ดพันธุ์มากที่สุด คือ ราคา ช่องทางการตลาด และตัวผลิตภัณฑ์ ส่วนการส่งเสริมการตลาดมีผลระดับปานกลาง นอกจากนี้ยังพบว่า เพศ อายุ จำนวนสมาชิกในครอบครัว ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อปี พื้นที่ทำนา ความถี่การซื้อ เมล็ดพันธุ์ แหล่งที่รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ มีความสัมพันธ์กับปัจจัยการเลือกใช้พันธุ์ การที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อแนะนำและให้ความรู้การเลือกใช้พันธุ์ข้าว จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของเกษตรกรประสบความสำเร็จ</p> 2026-06-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กรมการข้าว https://li03.tci-thaijo.org/index.php/TRRJ/article/view/153 การตรวจติดตามและเฝ้าระวังสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวตกค้างในผลผลิตข้าวจากพื้นที่ปลูกข้าวภาคกลาง ประเทศไทย 2026-05-16T11:41:24+07:00 ผกามาศ วงค์เตย์ plapakamas@gmail.com รัตนวรรณ จันทร์ศศิธร thairrj.rd@gmail.com ชัยรัตน์ จันทร์หนู thairrj.rd@gmail.com กฤษณ์กมล เปาทอง thairrj.rd@gmail.com ปราณี มณีนิล thairrj.rd@gmail.com พยอม โคเบลลี่ thairrj.rd@gmail.com กัลยาณี วงษ์พาสกลาง thairrj.rd@gmail.com ณรงค์ฤทธิ์ กลุ่นเขียว thairrj.rd@gmail.com ศศิวรรณ นุชศิริ thairrj.rd@gmail.com <p>ข้าวเป็นสินค้าส่งออกทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม กระบวนการป้องกันจัดการศัตรูข้าวอาจนำไปสู่การตกค้างของสารในข้าว ซึ่งอาจก่อให้เกิดความกังวลต่อความปลอดภัยของอาหารและการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้น การตรวจติดตามสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวตกค้างในผลผลิตข้าว จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของผู้บริโภค และปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue Limits: MRLs) การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจติดตามการตกค้างของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวในข้าวและสำรวจการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวของระบบการผลิตข้าวในภาคกลางของประเทศไทย โดยการสัมภาษณ์เกษตรกรเกี่ยวกับปัญหาศัตรูข้าว รวมทั้งชนิดและช่วงเวลาที่ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูและโรคข้าว และสุ่มเก็บตัวอย่างข้าวเพื่อตรวจวิเคราะห์ เป็นระยะเวลา 3 ปีต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ฤดูการผลิตปี 2565/66 ปี 2566/67 และปี 2567/68 จำนวน 259-277 ตัวอย่าง มาทำการตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่อง LC-MS/MS และ GC-MS/MS พบว่า ฤดูปลูกปี 2565/66, 2566/67 และ 2567/68 มีตัวอย่างข้าวพบการตกค้างของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าว จำนวน 155 ตัวอย่าง (ร้อยละ 56) ปี 2566/67 พบ 89 ตัวอย่าง (ร้อยละ 34) และปี 2567/68 พบ 90 ตัวอย่าง (ร้อยละ 35) โดยพบการตกค้างของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวหลายชนิด เช่น สารป้องกันกำจัดโรค propiconazole, tricyclazole, tebuconazole และ carbendazim สารป้องกันกำจัดแมลง cypermethrin และ ethiprole โดยเฉพาะสาร propiconazole พบการตกค้างมากที่สุดและมีปริมาณการตกค้างเกินค่ากำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรของคณะกรรมาธิการยุโรป (EU MRLs) ซึ่งผลที่ได้มีความสอดคล้องกับข้อมูลการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวของเกษตรกรที่มีการใช้สารดังกล่าวในระยะข้าวสุกแก่ อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างที่มีการตกค้างทั้งหมด 334 ตัวอย่าง มีตัวอย่างจำนวน 102 ตัวอย่าง ที่มีปริมาณสารตกค้างเกินข้อกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ แต่ถ้าพิจารณาจากค่ากำหนดของคณะกรรมาธิการยุโรป พบว่า ตัวอย่างข้าวจำนวน 123 ตัวอย่าง มีปริมาณเกินค่ากำหนดดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการควบคุมการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวอย่างเหมาะสม และเฝ้าระวังสารตกค้างในผลผลิตข้าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงต่อผู้บริโภค และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของข้าวไทย</p> 2026-06-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กรมการข้าว https://li03.tci-thaijo.org/index.php/TRRJ/article/view/151 ผลของมอลต์ธัญพืชเมืองหนาวที่ปลูกในประเทศไทยต่อสมบัติทางเคมี กายภาพ และประสาทสัมผัสของคราฟต์เบียร์ 2026-04-30T21:23:27+07:00 ภัทรธีรา อินพลับ phattarateera.inp@rice.mail สิปปวิชญ์ ปัญญาตุ้ย thairrj.rd@gmail.com จารุวี อันเซตา thairrj.rd@gmail.com ธีระพล เสนพันธุ์ thairrj.rd@gmail.com <p>ปัจจุบันอุตสาหกรรมคราฟต์เบียร์มีความต้องการวัตถุดิบท้องถิ่นเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ การนำธัญพืชเมืองหนาวที่ปลูกในประเทศไทยมาประยุกต์ใช้เป็นวัตถุดิบทางเลือกยังต้องการข้อมูลเชิงลึกด้านคุณภาพและการยอมรับของผู้บริโภค งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางกายภาพและคุณภาพของเบียร์ที่ผลิตจากมอลต์ธัญพืชเมืองหนาวที่ปลูกในภาคเหนือตอนบนของไทย ได้แก่ ข้าวบาร์เลย์สายพันธุ์ FNBLS#140 ข้าวโอ๊ตสายพันธุ์ SMGOTC21099 และข้าวสาลีพันธุ์ กขส1 (สะเมิง 72) ประกอบด้วยสูตรที่ 1 ข้าวบาร์เลย์ผสมข้าวโอ๊ตสูตรที่ 2 ข้าวบาร์เลย์ผสมข้าวสาลี และสูตรที่ 3 ข้าวบาร์เลย์ผสมข้าวโอ๊ตและข้าวสาลี ผลการศึกษาพบว่า ธัญพืชเมืองหนาวทั้ง สามสายพันธุ์/พันธุ์ส่งผลต่อลักษณะทางกายภาพและเคมีอย่างมีนัยสำคัญ (p≤0.05) โดยคุณภาพของเบียร์ที่ผลิตจากมอลต์สูตรที่ 1 มีค่าความสว่าง (L*) และได้รับคะแนนความชอบด้านสีมากที่สุดจากผู้ทดสอบชิมที่ไม่ผ่านการฝึกฝนจำนวน 35 คน สูตรที่ 2 มีค่าความเป็นสีเหลือง (b*) และความขุ่นมากที่สุด ขณะที่สูตรที่ 3 มีค่าความหนืดและปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำทั้งหมดมากที่สุด อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนชนิดและสัดส่วนของธัญพืชไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณโปรตีน เถ้า และปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยระหว่างร้อยละ 7.50 ถึง 7.53 รวมถึงคะแนนความชอบโดยรวมทางประสาทสัมผัสที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของธัญพืชเมืองหนาวที่ปลูกในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย มีแนวโน้มนำมาประยุกต์ใช้เป็นวัตถุดิบทางเลือกเพื่อผลิตเบียร์ที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับทางประสาทสัมผัสจากผู้บริโภค อันเป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรของไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม</p> 2026-06-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กรมการข้าว